Tax-Free ญี่ปุ่นเปลี่ยนใหม่ 1 พ.ย. 2026: คนไทยต้องทำอะไรที่สนามบิน?

ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2026 ระบบ Tax-Free ของญี่ปุ่นจะเปลี่ยนครั้งใหญ่ นักท่องเที่ยวจะไม่ได้รับการยกเว้นภาษีทันทีที่ร้านเหมือนเดิม แต่ต้องจ่ายราคารวมภาษีก่อน แล้วจึงผ่านขั้นตอนตรวจสอบศุลกากรตอนออกจากญี่ปุ่นเพื่อรับเงินคืน

บทความนี้สรุปสิ่งที่นักท่องเที่ยวชาวไทยควรรู้ ตั้งแต่ตอนซื้อของ การเก็บใบเสร็จ การจัดกระเป๋า ไปจนถึงขั้นตอนที่สนามบิน เพื่อไม่ให้พลาดเงินคืนเพราะเตรียมตัวไม่ทัน

Kentar ตรวจใบเสร็จหลังซื้อสินค้า Tax-Free ในห้างญี่ปุ่น โดยมี ปลาไข่ อยู่ข้างถุงช้อปปิ้ง
เก็บใบเสร็จและเอกสารจากร้านไว้จนกว่าจะผ่านขั้นตอนคืนภาษีเรียบร้อย
Contents

สรุปสั้น ๆ: อะไรเปลี่ยนตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2026?

รายการถึง 31 ต.ค. 2026ตั้งแต่ 1 พ.ย. 2026
ตอนซื้อสินค้าซื้อในราคาปลอดภาษีตามขั้นตอนของร้านจ่ายราคารวมภาษีก่อน
ตอนออกจากญี่ปุ่นอาจถูกขอตรวจสินค้าตามกฎเดิมต้องทำขั้นตอนยืนยันที่สนามบินหรือท่าเรือ
การคืนเงินหักภาษีตอนซื้อร้านค้าหรือผู้ให้บริการคืนเงินหลังผ่านการตรวจ

พูดง่าย ๆ คือ หลังระบบใหม่เริ่มใช้ เราต้องมีเงินจ่ายเต็มราคาก่อน และต้องเผื่อเวลาที่สนามบินสำหรับขั้นตอน Tax-Free เพิ่มขึ้น

ใครสามารถซื้อสินค้า Tax-Free ได้?

นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้าเงื่อนไขของระบบสามารถซื้อสินค้าปลอดภาษีได้ โดยทั่วไปต้องแสดงหนังสือเดินทางหรือข้อมูลที่ระบบกำหนด ณ ร้านค้าที่เข้าร่วม และต้องนำสินค้าออกจากญี่ปุ่นภายในระยะเวลาที่กำหนด

  • ยอดซื้อขั้นต่ำ 5,000 เยน ไม่รวมภาษี ต่อร้าน ต่อวัน
  • ต้องนำสินค้าที่ซื้อออกจากญี่ปุ่น
  • ต้องทำขั้นตอนตรวจสอบภายใน 90 วันนับจากวันที่ซื้อ
  • ทองคำแท่ง แพลทินัมแท่ง และสินค้าบางประเภทไม่เข้าเงื่อนไข
  • ปริมาณสินค้าต้องสมเหตุสมผลสำหรับการนำติดตัวออกนอกประเทศ

กฎอาจแตกต่างตามสถานะการพำนักและวิธีเดินทาง ควรตรวจข้อมูลล่าสุดจากร้านค้าและเว็บไซต์ทางการก่อนซื้อเสมอ

ขั้นตอนใหม่สำหรับนักท่องเที่ยวไทย

1. ซื้อของและจ่ายราคารวมภาษี

ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2026 ร้าน Tax-Free จะเรียกเก็บราคารวมภาษีก่อน เก็บใบเสร็จและเอกสารที่ร้านมอบให้ทุกครั้ง อย่าทิ้งจนกว่าจะได้รับเงินคืนเรียบร้อย

2. เก็บสินค้าทั้งหมดไว้ให้ตรวจได้

สินค้าที่ขอ Tax-Free ต้องอยู่กับเราในตอนทำขั้นตอนศุลกากร หากมีสินค้าหายไปแม้เพียงชิ้นเดียวจากรายการในใบเสร็จเดียวกัน สินค้าทั้งรายการนั้นอาจไม่ได้รับเงินคืน

สินค้าประเภทอาหาร เครื่องดื่ม หรือเครื่องสำอางไม่จำเป็นต้องใช้บรรจุภัณฑ์พิเศษแบบเดิมหลังระบบใหม่เริ่มใช้ แต่ถ้าเปิดใช้หรือรับประทานในญี่ปุ่น สินค้านั้นจะไม่เข้าเงื่อนไขคืนภาษี

3. ทำขั้นตอนก่อนโหลดกระเป๋า

จุดสำคัญที่สุดคือ ต้องทำขั้นตอน Tax-Free ก่อนเช็กอินกระเป๋าที่มีสินค้าเหล่านั้น จุดตรวจและเครื่องอ่านหนังสือเดินทางจะอยู่ในพื้นที่ขาออกระหว่างประเทศก่อนจุดโหลดสัมภาระตามที่สนามบินหรือท่าเรือกำหนด

เมื่ออ่านหนังสือเดินทางแล้ว ระบบจะแสดงผลว่าไม่ต้องตรวจสินค้าเพิ่มเติม หรือให้เรานำสินค้าไปยังจุดตรวจศุลกากร หากได้รับแจ้งให้ตรวจ ต้องนำของทั้งหมดไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่

4. รอรับเงินคืนจากร้านหรือผู้ให้บริการ

หลังผ่านการตรวจ การคืนเงินจะดำเนินการโดยร้านค้าที่ซื้อสินค้า หรือผู้ให้บริการที่ร้านมอบหมาย วิธีรับเงิน ระยะเวลา ค่าธรรมเนียม และสกุลเงินอาจต่างกัน จึงควรถามร้านให้ชัดเจนตั้งแต่ตอนซื้อ

สนามบินไหนใช้ Visit Japan Web ได้?

ข้อมูลทางการระบุว่า สนามบินหลักบางแห่ง ได้แก่ นาริตะ ฮาเนดะ คันไซ ชูบุ ฟุกุโอกะ นิวชิโตเสะ และนาฮะ จะมีทั้งเครื่องสำหรับทำขั้นตอน Tax-Free และการทำขั้นตอนออนไลน์ผ่าน Visit Japan Web ในพื้นที่ที่มี Wi-Fi เฉพาะก่อนผ่านจุดตรวจความปลอดภัย

อย่างไรก็ตาม รูปแบบจุดบริการและเวลาเปิดอาจเปลี่ยนได้ ควรตรวจเว็บไซต์ของสนามบินที่ใช้เดินทางออกจากญี่ปุ่นอีกครั้งก่อนวันเดินทาง

กรณีต่อเครื่องภายในญี่ปุ่น ต้องทำที่ไหน?

หากบินภายในประเทศแล้วต่อเที่ยวบินระหว่างประเทศ ให้ทำขั้นตอนที่สนามบินสุดท้ายที่เราออกจากญี่ปุ่น ตัวอย่างเช่น บินจากซัปโปโรไปโตเกียว แล้วบินกลับกรุงเทพฯ จากนาริตะ ขั้นตอนศุลกากรจะทำที่นาริตะ

Kentar ตรวจสินค้าและใบเสร็จก่อนโหลดกระเป๋าที่สนามบินญี่ปุ่น โดยมี ปลาไข่ นั่งอยู่ข้างกระเป๋า
สินค้าที่ขอคืนภาษีต้องอยู่พร้อมให้ตรวจ ก่อนนำกระเป๋าไปเช็กอินกับสายการบิน

เช็กลิสต์ก่อนออกจากโรงแรม

  1. แยกสินค้าที่ซื้อแบบ Tax-Free ออกจากของใช้ส่วนตัว
  2. ตรวจว่ามีสินค้าครบตามใบเสร็จทุกชิ้น
  3. เก็บใบเสร็จ เอกสาร และหนังสือเดินทางไว้ในกระเป๋าถือ
  4. อย่าโหลดกระเป๋าที่มีสินค้า Tax-Free ก่อนทำขั้นตอน
  5. ไปสนามบินเร็วกว่าปกติ โดยเฉพาะช่วงวันหยุด
  6. ตรวจวิธีรับเงินคืนและบัญชีหรือบัตรที่ใช้รับเงิน

คำถามที่พบบ่อย

ซื้อก่อน 1 พฤศจิกายน แต่เดินทางออกหลังวันที่ 1 พฤศจิกายน ใช้กฎไหน?

ระบบใหม่ใช้กับสินค้าที่ซื้อตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2026 เป็นต้นไป สินค้าที่ซื้อก่อนหน้านั้นให้ยึดขั้นตอนและเอกสารที่ร้านแจ้งในวันที่ซื้อ และควรสอบถามร้านโดยตรงหากวันเดินทางคร่อมช่วงเปลี่ยนระบบ

ต้องขนสินค้าทุกชิ้นขึ้นเครื่องหรือไม่?

ไม่จำเป็นต้องเป็นกระเป๋าถือทุกชิ้น แต่สินค้าต้องอยู่กับเราในตอนทำขั้นตอนศุลกากร ดังนั้นหากจะใส่กระเป๋าโหลด ต้องทำขั้นตอนให้เสร็จก่อนส่งกระเป๋าให้สายการบิน

ถ้าไปสนามบินสายจนทำขั้นตอนไม่ทัน จะได้เงินคืนไหม?

หากไม่ทำขั้นตอนศุลกากรให้เสร็จ จะถือว่ายังไม่ผ่านเงื่อนไขการคืนภาษี และสายการบินหรือศุลกากรจะไม่ชดเชยความเสียหายจากการพลาดเที่ยวบิน จึงควรเผื่อเวลาให้มากกว่าปกติ

เตรียมตัวล่วงหน้า แล้วช้อปได้สบายใจกว่า

ระบบใหม่ไม่ได้แปลว่านักท่องเที่ยวไทยซื้อของปลอดภาษีไม่ได้ แต่ขั้นตอนจะย้ายจาก “ลดราคาให้ตอนซื้อ” มาเป็น “จ่ายก่อน ตรวจตอนออก แล้วรับเงินคืน” สิ่งสำคัญคือเก็บของและใบเสร็จให้ครบ ทำขั้นตอนก่อนโหลดกระเป๋า และเผื่อเวลาที่สนามบิน

หากกำลังวางแผนทริปแรก อ่านต่อได้ที่ เช็กลิสต์เที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรก และตรวจ เงื่อนไขฟรีวีซ่าสำหรับคนไทย ก่อนจองการเดินทาง


ข้อมูลอ้างอิง: Japan Tourism Agency — Tax-Free Shopping System: Refund Method และ Visit Japan Web
ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดเมื่อ 14 กรกฎาคม 2026 กฎและขั้นตอนอาจมีการปรับปรุงก่อนวันเริ่มใช้งานจริง

Kentar และ ปลาไข่ เตรียมช้อปสินค้า Tax-Free และรับเงินคืนก่อนออกจากญี่ปุ่น

この記事が気に入ったら
フォローしてね!

Contents