กาแฟญี่ปุ่นกับกาแฟไทย ต่างกันอย่างไร? จากคิสสะเต็นถึงโอเลี้ยง

กาแฟหนึ่งแก้วอาจบอกเรื่องอากาศ เวลา และจังหวะชีวิตได้มากกว่าที่คิด ญี่ปุ่นมีทั้งวัฒนธรรมร้านคิสสะเต็น กาแฟกระป๋อง และกาแฟดริป ส่วนไทยมีโอเลี้ยง กาแฟเย็น และคาเฟ่ร่วมสมัยที่คึกคัก

ญี่ปุ่น: กาแฟที่อยู่ได้ทั้งในความเงียบและความเร่งรีบ

ร้านคิสสะเต็นแบบดั้งเดิมให้บรรยากาศสงบ โต๊ะไม้ แสงนุ่ม และการชงอย่างตั้งใจ อีกด้านหนึ่ง กาแฟกระป๋องและเครื่องจำหน่ายอัตโนมัติทำให้คนซื้อกาแฟได้รวดเร็วระหว่างเดินทาง ความตรงข้ามนี้อยู่ร่วมกันได้อย่างเป็นธรรมชาติ

ไทย: ความเข้ม หวาน เย็น และพลังของคาเฟ่

อากาศร้อนทำให้กาแฟเย็นเป็นภาพคุ้นตา ทั้งโอเลี้ยง กาแฟใส่นม และเมนูสมัยใหม่ คาเฟ่ไทยจำนวนมากยังเป็นพื้นที่พบเพื่อน ทำงาน และถ่ายภาพ แต่ร้านเล็ก ๆ ที่ชงเร็วและเข้มก็ยังเป็นส่วนสำคัญของชีวิตประจำวัน

ระดับความหวานอาจทำให้นักเดินทางประหลาดใจ

กาแฟดำในญี่ปุ่นมักเสิร์ฟโดยไม่เติมน้ำตาล ส่วนกาแฟเย็นบางแบบในไทยมีรสหวานชัด หากมีข้อจำกัดด้านน้ำตาลหรือชอบรสเฉพาะ ควรถามก่อนสั่ง คำว่า หวานน้อย มีประโยชน์ในไทย ส่วนในญี่ปุ่นสามารถพูดว่า 砂糖なし (satou nashi — ไม่ใส่น้ำตาล)

กาแฟกระป๋องกับร้านสะดวกซื้อ

ในญี่ปุ่น กาแฟกระป๋องมีทั้งแบบร้อนและเย็นตามฤดูกาล และพบได้ง่ายตามเครื่องจำหน่ายอัตโนมัติ ในไทย กาแฟขวดและแก้วพร้อมดื่มได้รับความนิยมมากในร้านสะดวกซื้อ รูปแบบบรรจุภัณฑ์จึงสะท้อนทั้งอากาศและจังหวะการเดินทาง

มารยาทเล็ก ๆ ในร้านกาแฟ

  • ดูว่าต้องสั่งและจ่ายที่เคาน์เตอร์หรือที่โต๊ะ
  • ไม่วางสัมภาระกีดขวางทางเดิน
  • หากร้านแน่น ไม่ควรใช้โต๊ะนานเกินความจำเป็น
  • ถามก่อนถ่ายภาพบุคคลหรือพื้นที่ที่อาจรบกวนลูกค้าคนอื่น

ถ้าให้ Kentar เลือก

Kentar คงเลือกกาแฟดำในแก้วสีดำตามเคย ส่วน Plakai น่าจะสนใจกลิ่นและน้ำแข็งมากกว่ารสชาติ แต่เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนไม่เหมาะกับแมว จึงควรเก็บแก้วให้ห่างจากสัตว์เลี้ยงเสมอ

กาแฟญี่ปุ่นและไทยไม่ได้มีคำตอบเดียว ร้านแต่ละแห่งมีบุคลิกของตัวเอง ลองชิมอย่างเปิดใจและสังเกตว่าหนึ่งแก้วพาเราเข้าใกล้วัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างไร


เติมสีหน้าแบบ Kentar และ Plakai ให้บทสนทนาประจำวันด้วย LINE Stickers อย่างเป็นทางการใน LINE STORE

Kentar ถือกาแฟดำและ Plakai สนใจกาแฟเย็นในคาเฟ่ที่เชื่อมญี่ปุ่นกับไทย

この記事が気に入ったら
フォローしてね!