หากกำลังมีอันตรายหรือมีคนตามอยู่ตอนนี้
เข้าไปในสถานที่ที่มีคนและปลอดภัย เช่น สถานีตำรวจ ร้านสะดวกซื้อ หรือสถานีรถไฟ แล้วโทร 110 ในญี่ปุ่นทันที อย่ารอให้อาการรุนแรงขึ้นและอย่าไปพบอีกฝ่ายตามลำพัง
ถ้ายังไม่ใช่เหตุฉุกเฉิน แต่รู้สึกกลัวหรือไม่แน่ใจ ให้ปรึกษาตำรวจที่ #9110 หรือสถานีตำรวจใกล้บ้าน
ストーカー(すとーかー・sutōkā) มาจากคำภาษาอังกฤษ “stalker” หมายถึงบุคคลที่ติดตาม เฝ้าดู ติดต่อ หรือพยายามเข้าใกล้อีกฝ่ายซ้ำ ๆ จนทำให้เกิดความกลัวหรือความไม่สงบ ในภาษาไทยมักถอดเสียงว่า “สต๊อกเกอร์”
คำตอบสั้น ๆ
ストーカー คือ “ผู้ติดตามคุกคาม” ไม่ใช่เพียงคนที่แอบชอบ การตามไปยังบ้านหรือที่ทำงาน การส่งข้อความซ้ำทั้งที่ถูกปฏิเสธ การเฝ้าดู การใช้อุปกรณ์ติดตามตำแหน่ง หรือพฤติกรรมอื่นที่ทำให้กลัว อาจอยู่ในขอบเขตที่ตำรวจญี่ปุ่นรับ相談และดำเนินมาตรการได้
ไม่จำเป็นต้องตัดสินเองก่อนว่าเป็นอาชญากรรมหรือไม่ หากรู้สึกไม่ปลอดภัยสามารถปรึกษาตำรวจได้
ストーカー อ่านว่าอะไรและใช้คำนี้อย่างไร?
- คาตาคานะ: ストーカー
- คำอ่าน: すとーかー (sutōkā)
- ความหมายไทย: ผู้ติดตามคุกคาม / สต๊อกเกอร์
- กริยาที่พบบ่อย: ストーカーをする = กระทำการติดตามคุกคาม
- ผู้เสียหาย: ストーカー被害にあう = ได้รับความเสียหายจากการถูกติดตามคุกคาม
พฤติกรรมแบบใดที่ควรระวัง?
เว็บไซต์ป้องกันความเสียหายจากสต๊อกเกอร์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติญี่ปุ่น อธิบายตัวอย่างพฤติกรรมที่กฎหมายควบคุมไว้หลายประเภท เช่น
- ตาม เดินสะกดรอย ดักรอ เฝ้าดู มาหาที่บ้านหรือที่ทำงาน และวนเวียนใกล้สถานที่ที่คุณอยู่
- ขอพบ ขอคบ หรือขอคืนดีซ้ำ ๆ ทั้งที่ถูกปฏิเสธ
- โทรเงียบ โทรซ้ำ ส่งจดหมาย อีเมล หรือข้อความ SNS ต่อเนื่อง
- บอกหรือแสดงให้รู้ว่ากำลังเฝ้าดูอยู่ เช่น ติดต่อทันทีหลังคุณกลับถึงบ้าน
- ใช้ถ้อยคำรุนแรง หยาบคาย หรือทำลายชื่อเสียงทางอินเทอร์เน็ต
- ส่งสิ่งของที่ทำให้หวาดกลัวหรือรังเกียจ และส่งหรือเผยแพร่เนื้อหาที่ละเมิดความเป็นส่วนตัวทางเพศ
- ใช้ GPS แอปพลิเคชัน หรืออุปกรณ์ติดตามของหายเพื่อดูตำแหน่งโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงแอบติดอุปกรณ์ไว้กับรถหรือกระเป๋า
ตามข้อมูลตำรวจญี่ปุ่น การทำพฤติกรรมที่กำหนดไว้ซ้ำ ๆ อาจเป็น “ストーカー行為” และอาจนำไปสู่มาตรการเตือน คำสั่งห้าม การสืบสวน หรือโทษทางอาญาได้ การเข้าข่ายตามกฎหมายจริงขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี
กฎหมายญี่ปุ่นครอบคลุมอะไร?
ญี่ปุ่นมี กฎหมายควบคุมการกระทำแบบสต๊อกเกอร์ เพื่อป้องกันอันตรายต่อร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง และความสงบในการใช้ชีวิต
การแก้ไขกฎหมายช่วงปลายปี 2025 ได้เพิ่มการติดตามตำแหน่งด้วยอุปกรณ์ค้นหาของหายเข้าเป็นพฤติกรรมที่อยู่ภายใต้การควบคุม และเพิ่มบทบาทของสถานที่ทำงานกับโรงเรียนในการช่วยเหลือผู้เสียหาย ตาม คำอธิบายการแก้ไขกฎหมายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติญี่ปุ่น
หมายเหตุ: บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย การตัดสินว่ากรณีใดเข้าข่ายและควรใช้มาตรการใดเป็นหน้าที่ของตำรวจและผู้เชี่ยวชาญตามข้อเท็จจริง
ถ้าถูกสต๊อกเกอร์ในญี่ปุ่น ควรทำอะไร?
1. หากมีอันตราย ให้โทร 110
โทร 110 เมื่อกำลังถูกตาม ถูกดักรอ ถูกข่มขู่ มีผู้บุกรุก หรือรู้สึกว่าร่างกายอาจได้รับอันตราย ระหว่างรอให้เข้าไปอยู่ในสถานที่มีคนและล็อกประตูหากทำได้อย่างปลอดภัย
2. กรณีไม่ฉุกเฉิน ให้ปรึกษา #9110
สำนักงานตำรวจแห่งชาติญี่ปุ่น ระบุว่าเหตุฉุกเฉินให้โทร 110 ส่วนปัญหาความปลอดภัยที่ไม่ฉุกเฉินให้ติดต่อสถานีตำรวจใกล้บ้านหรือหมายเลขปรึกษาตำรวจ #9110 ซึ่งจะเชื่อมต่อไปยังหน่วยงานตำรวจในพื้นที่ที่โทรออก
หาก #9110 ใช้ไม่ได้จากโทรศัพท์บางประเภท ให้ค้นหาหมายเลข相談窓口ของตำรวจจังหวัดที่อาศัยอยู่หรือไปยังสถานีตำรวจใกล้บ้านโดยตรง ครอบครัวและเพื่อนสามารถขอคำปรึกษาแทนหรือร่วมด้วยได้
3. เก็บหลักฐานและบันทึกลำดับเหตุการณ์
ตำรวจญี่ปุ่นแนะนำ ให้นำสิ่งที่เป็นหลักฐานหรือบันทึกไปเมื่อเข้าปรึกษา ตัวอย่างที่ควรเก็บ ได้แก่
- ภาพหน้าจอข้อความ อีเมล บัญชี SNS และ URL
- ประวัติการโทร ข้อความเสียง จดหมาย และพัสดุ
- วันที่ เวลา สถานที่ สิ่งที่เกิดขึ้น และพยานที่อยู่ใกล้
- ภาพถ่ายหรือวิดีโอที่มีอยู่แล้วโดยไม่เสี่ยงเข้าใกล้อีกฝ่าย
- ข้อมูลรถ หมายเลขทะเบียน หรืออุปกรณ์ติดตามที่พบ โดยไม่ทำลายหรือทิ้งก่อนปรึกษาตำรวจ
สำรองหลักฐานไว้ในที่ที่อีกฝ่ายเข้าถึงไม่ได้ ก่อนบล็อกบัญชีหรือเปลี่ยนโทรศัพท์ควรบันทึกข้อมูลที่จำเป็นให้ครบ
4. ปิดการแชร์ตำแหน่งและเพิ่มความปลอดภัยบัญชี
- ตรวจการแชร์ตำแหน่งในโทรศัพท์ แอปแผนที่ SNS และบัญชีครอบครัว
- เปลี่ยนรหัสผ่านจากอุปกรณ์ที่ปลอดภัย และเปิดการยืนยันตัวตนสองขั้นตอน
- อย่าโพสต์ตำแหน่งปัจจุบัน ตารางงาน หรือเส้นทางกลับบ้านแบบสาธารณะ
- หากได้รับแจ้งเตือนอุปกรณ์ติดตามที่ไม่รู้จัก ให้เก็บภาพหน้าจอและติดต่อผู้ผลิตโทรศัพท์หรือตำรวจ ไม่ควรไปเผชิญหน้ากับผู้ต้องสงสัยเอง
5. บอกคนที่ไว้ใจ สถานที่ทำงาน หรือโรงเรียน
แจ้งคนใกล้ตัวว่าจะติดต่อใครเมื่อเกิดเหตุ และขอให้สถานที่ทำงานหรือโรงเรียนไม่เปิดเผยตาราง ที่อยู่ หรือข้อมูลติดต่อของคุณ การแก้ไขกฎหมายล่าสุดเพิ่มสถานที่ทำงานและโรงเรียนเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยเหลือผู้เสียหาย
ประโยคภาษาญี่ปุ่นที่ใช้ขอความช่วยเหลือ
| ภาษาญี่ปุ่น | คำอ่าน | ความหมาย |
|---|---|---|
| ストーカー被害にあっています。 | sutōkā higai ni atte imasu | ฉันกำลังได้รับความเสียหายจากสต๊อกเกอร์ |
| つきまとわれています。 | tsukimatowarete imasu | ฉันกำลังถูกตาม |
| 何度もメッセージが届きます。 | nando mo messēji ga todokimasu | มีข้อความส่งมาหลายครั้ง |
| 位置情報を知られているかもしれません。 | ichi jōhō o shirarete iru kamo shiremasen | อาจมีคนรู้ตำแหน่งของฉัน |
| 怖いです。助けてください。 | kowai desu, tasukete kudasai | ฉันกลัว กรุณาช่วยด้วย |
| タイ語の通訳をお願いできますか。 | Tai-go no tsūyaku o onegai dekimasu ka | ขอล่ามภาษาไทยได้ไหม |
แหล่งข้อมูลทางการ
- สำนักงานตำรวจแห่งชาติญี่ปุ่น: ストーカーとは
- สำนักงานตำรวจแห่งชาติญี่ปุ่น: 被害に悩むあなたへ
- สำนักงานตำรวจแห่งชาติญี่ปุ่น: 110 และ #9110
- e-Gov: กฎหมายควบคุมการกระทำแบบสต๊อกเกอร์ฉบับปัจจุบัน
ตรวจสอบข้อมูลล่าสุด: 23 สิงหาคม 2026
คำถามที่พบบ่อย
ストーカー คืออะไร?
ストーカー(sutōkā)หมายถึงผู้ติดตามคุกคาม เช่น ตาม ดักรอ เฝ้าดู ติดต่อซ้ำ หรือใช้ข้อมูลตำแหน่งจนทำให้อีกฝ่ายกลัวหรือไม่ปลอดภัย
ถูกสต๊อกเกอร์ในญี่ปุ่นควรโทรเบอร์อะไร?
หากกำลังมีอันตรายให้โทร 110 ทันที กรณีไม่ฉุกเฉินหรือต้องการปรึกษาตำรวจให้โทร #9110 หรือไปสถานีตำรวจใกล้บ้าน
ยังไม่แน่ใจว่าเข้าข่ายอาชญากรรมหรือไม่ ปรึกษาตำรวจได้ไหม?
ได้ #9110 รับปรึกษาปัญหาความปลอดภัยทั่วไป รวมถึงกรณีที่ยังไม่แน่ใจว่าเป็นอาชญากรรมหรือไม่ ไม่จำเป็นต้องรอให้เกิดความรุนแรงก่อน
ควรเก็บหลักฐานอะไร?
เก็บภาพหน้าจอ ข้อความ อีเมล ประวัติการโทร URL วันที่ เวลา สถานที่ ภาพหรือวิดีโอที่มีอยู่ และข้อมูลอุปกรณ์ติดตาม โดยสำรองไว้ในที่ปลอดภัยและนำไปให้ตำรวจเมื่อปรึกษา
